GENTLE BREEZE IN TAKUA PA

GENTLE BREEZE IN TAKUA PA

หลายปีก่อนมีข่าวดังในหมู่คนทำภาพยนตร์ในเมืองไทย และออกข่าวประปรายในสื่อกระแสหลัก เกี่ยวกับภาพยนตร์ไทยเรื่องหนึ่งซึ่งไปคว้าหลายรางวัลในเวทีระดับสากลทั้งทางฝั่งเอเชียและฝั่งยุโรป ทว่ากลับฉายจำกัดโรงในบ้านเรา หนำซ้ำยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก Wonderful Town คือชื่อภาษาอังกฤษของภาพยนตร์เรื่องนี้ ส่วนชื่อภาษาไทยคือ เมืองเหงาช่อนรัก เหมือนจะไม่เศร้า แต่ฟังแล้วอ้างว้าง กำกับโดย อาทิตย์ อัสสรัตน์ เล่าเรื่องความรักของหนุ่มสาวคู่หนึ่งที่งอกงามขึ้นในเมืองที่ความเศร้าซึมจากเหตุการณ์คลื่นยักษ์สีนามิยังคงแขวนลอยอยู่ในแสงแดดสายลม หรือแม้แต่ยอดหญ้าบนขุนเขา

เมืองที่ว่านั้นคืออำเภอที่วางตัวอยู่ริมฝั่งทะเลอันดามัน ในอดีตเคยมีสถานะเป็นถึงจังหวัดหนึ่งของประเทศไทย อำเภอตะกั่วป่า คือฉากหลักของ Wonderful Tow ภาพที่ถูกถ่ายทอดต่อสายตาผู้ชมนั้น ดูอย่างไรก็สวย เหงาและมีเสน่ห์อย่างประหลาด ดึงดูดใจจนกระทั่งอาจทำให้ใครบางคนกระหายที่จะออกเดินทางอีกครั้ง

เกือบ 10 ปีแล้วที่ฝันร้ายครั้งใหญ่ของชาวไทยได้ผ่านพ้นไป ร่อยรอยความเศร้าหรือซากปรักจากคลื่นยักษ์แทบไม่มีเหลือให้เห็น ความเศร้าที่เคยปกคลุมเมืองวันนี้ถูกแทนที่ด้วยความสดใสและความคึกคักของร้านรวง โรงแรมและนักท่องเที่ยวที่ทยอยเดินทางมายังอำเภอตะกั่วปากันอย่างต่อเนื่อง มากรายเป็นนักท่องเที่ยวที่มาจากภูเก็ต และอุทิศเวลาหนึ่งวันเต็มซื้อทัวร์มาเที่ยวตะกั่วป่าโดยเฉพาะ

ถนนเส้นที่วิ่งจากภูเก็ตมายังตะกั่วป่านั้นเขียวรื่นตา ตลอดสองข้างทางครึ้มเย็นไปด้วยไม้ใหญ่ ระหว่างทางยังมีสถานที่ท่องเที่ยวให้แวะเยี่ยมชมอีกหลายแห่ง เช่น ชายหาดที่ท้ายเหมืองและโคกกลอย ทว่าปลายทายของเราในครั้งนี้อยู่ไกลกว่านั้น ล้อรถจึงยังคงหมุนโลดไปเบื้องหน้าโดยไม่หยุดแวะพักที่ใด

ท้องฟ้านอกหนต่างรถแลดูราวกับอุ้มน้ำปริมาณมากไว้ และพร้อมจะร่วงหล่นลงเมื่อไรก็ได้ สมฉายา เมืองฝนแปดแดดสี่ อำเภอตะกั่วป่าเป็นเมืองฝนตกซก ตกได้ตกดีไม่มีบอกกล่าว ด้วยได้รับอิทธิพลเต็มที่จากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ หลายครั้งที่ภาพบ้านเรือนในสายฝนมองดูพร่าเลือนเหมือนภาพวาดสีน้ำที่ใช้น้ำมากเกินไป

ตะกั่วป่าเป็นเมืองประวัติศาสตร์ มีความเป็นมาเก่าแก่ย้อนหลังไปได้ไม่ต่ำกว่า 2,000 ปีความสำคัญในฐานะที่เป็นเมืองท่าศูนย์กลางการค้าขาย และยังเป็นทางลัดขนถ่ายสินค้าข้ามคาบสมุทรมลายูจากอันดามันไปฝั่งอ่าวไทย

ในอดีตเป็นที่รู้จักกันในชื่อเมือง ตะโกลา (Takola)  ชื่อเมืองซึ่งมีข้อสันนิษฐานแยกออกเป็นสองสาย

ข้อแรกกล่าวกันว่าน่าจะเป็นเพราะผืนดินแถบนี้อุดมไปด้วยแร่ดีบุก ซึ่งชาวบ้านท้องถิ่นเรียกดีบุกที่ถลุงแล้ว ตะกั่ว และ มีสะสมอยู่มากมายจนได้ชื่อว่า ตะกั่วป่า

อีกข้อสันนิษฐานหนึ่งซึ่งปรากฏอยู่ใน หนังสือมิลินทปัญหา รจนาไว้เมื่อปี พ.ศ. 500 ว่าชาวอินเดียเป็นผู้เรียกเมืองตะกั่วป่าว่า ตะโกลา อันมีความหมายถึงเครื่องเทศชนิดหนึ่งชื่อว่า กระวาน เหตุเพราะเป็นดินแดนที่บริบูรณ์ไปด้วยเครื่องเทศ เมื่อกาลเวลาผันผ่านชื่อเรียกก็เพี้ยนมาเรื่อยๆจนกลายเป็นตะกั่วป่าดังเช่นทุกวันนี้

ครั้งหนึ่งในวารวันที่ล่วงลับไปนานแล้ว ตะกั่วป่าเคยเป็นเมืองที่เจริญรุ่งเรืองยิ่งนัก เป็นศูนย์รวมของคนหลากหลายเชื้อชาติทั้งอินเดีย อาหรับ จีน หรือแม้แต่ประเทศไกลโพ้นอย่างกรีก

ในสมัยกรุงศรีอยุธยาตะกั่วปาก็เป็นเมืองผลิตแร่ดีบุก

ต่อเนื่องมาสมัยรัตนโกสินทร์ตะกั่วป่าก็ถูกยกสถานะให้เป็นจังหวัด

แต่ด้วยเหตุผลทั้งทางการเมืองและทางเศรษฐกิจทำให้ในเวลาต่อมาตะกั่วป่าถูกปรับให้เป็นอำเภอหนึ่งของ จังหวัดพังงา และเป็นเช่นนั้นมาตราบจนปัจจุบัน

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *